| Профиль пользователя ThirakLoveФотографииБлогСписки | Справка |
|
Loveоктября 20 รถกระบุไม่ได้พิมพ์ผิดครับ ผมเรียกมันว่ารถกระบุจริงๆ เนื่องจากมันเป็นรถกระบะที่ บุบ บู้ บี้ ไปทั้งคัน
คันนี้เป็นของญาติมาก่อน แล้วตกมาเป็นของผมในซึ่งตอนนั้น กระบุคันนี้ก็เก้าขวบพอดี
สภาพยังหล่อปิ๊งอยู่เลย มีบี้ๆ บ้างนิดหน่อยไม่น่าเชื่อว่าอายุเก้าขวบแล้ว
อยู่กับผมปีกว่า ผมทำบุบทั้งคัน
ตอนนี้กระบุสิบสามขวบแล้ว อายุอานามสำหรับรถถือว่ามากเหมือนกัน
แต่มากด้วยเสน่ห์ โดยเฉพาะเด็กๆ
ไม่ว่าผมจะไปพามันไปจอดอยู่ที่ใด คอนโดเก่า หอพักใหม่
เป็นต้องมีเด็กแถวนั้นขึ้นมาเล่น เหมือนกระบุเป็นสนามเด็กเล่น
วันก่อนจะรีบไปหาเพื่อน เลิกงานเสร็จวิ่งมาหากระบุ
ปรากฏว่าเด็กสี่ห้าคน นั่งอยู่บนกระบุเด็มไปหมด
ไอ้เราก็รีบ แต่สงสัยพ่อแม่มันรวย ของเล่นเพียบ
กว่าจะย้ายตูดลงมากันได้ ก็นาน แถมยังต้องช่วยมันขนของเล่นลงรถอีก
ที่คอนโดเก่า ถึงกะเอาส้มตำไก่อย่างขึ้นมาปิคนิคกันบนกระบุเลยทีเดียว
หนีเอาไปจอดที่ไหนก็ตามไป
จริงๆ แล้วกระบะคันอื่นก็มี ไม่รู้ทำไมไม่ไปเล่นกัน
หนักสุดวันนั้น ออกไปเที่ยวกะน้องๆ ที่ทำงานที่ร้านเพื่อน
ไม่ทันได้ดูหลังรถก็ขับออกมาเลย
น้องคนนึงเดินมาที่รถ มันเดินไปพิงกระบุ แล้วก็ตะโกนถามผม
"พี่เลิฟมีลูกแล้วหรอ"
"อะไรนะ"
"ของเล่นเต็มหลังรถเลย"
อ่าวเด็กเวรเล่นกันก็ไม่เก็บ ตอนนี้ผมยิ่งมีข่าวลือไม่ดีอยู่ เซ็งเลย
เมื่อวานกำลังจะเดินขึ้นห้อง เจอไอ้ตัวเล็กที่สุดในแก๊งค์ ถือดาบของเล่นหนึ่งอัน มันเดินดีคู่มาด้วย
มองหน้าผม แถมทำหน้ากวนตีนด้วย เดินคู่กันมาซักพัก มันเอาดาบชี้ไปที่กระบุพูดขึ้นมาคำนึง
"ของเล่นยังไม่ได้เก็บเลย"
เตะเด็กนี่จ่ายค่าปรับเท่าไรใครรู้บ้าง
จบ сентября 25 ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอนานแล้วที่ไม่ได้เขียนนะ มีเรื่องราวมากมาย จะบอก แต่ว่ามันเยอะเกิน เรื่องเก่าเอาไว้ทีหลังละกันนะ สัญญาว่าจะเล่าให้ฟัง
อาจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ห่างจากเป้าหมาย แต่ขาดไม่ได้
ผมชอบดูชื่อ MSN ของเพื่อน
ติดนิสัยตอนอยู่ต่างจังหวัด มันคงนานไป เข้า MSN แล้วมันไม่กล้าทัก กลัวเพื่อนทำงานยุ่งอยู่ กลัวเพื่อนรำคาญ อยู่ไกลๆ อย่างนี้ รู้ข่าวของเพื่อน ผ่านชื่อ MSN
เป็นจุดเริ่มของเรื่องราวหลายๆ เรื่อง
เร็วๆ นี้มีเพื่อนคนนึง ตั้งชื่อแปลกๆ
"ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ"
ไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะปกติเพื่อนคนนี้ ตั้งชื่อเข้าใจยาก
"ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไป โดยไม่รู้จักเธอ"
เป็นอีกหนึ่งชื่อของน้องคนนึงใน MSN ผ่านตาผมไป สงสัยนิดหน่อย แต่ก็ปล่อยผ่านไป
หลายคนคงรู้แล้วผมพูดถึงอะไร
มาอยู่นี่ไม่มีวิทยุ อุปกรณ์ที่ผมใช้ฟังวิทยุบ่อยๆ คือมือถือ เครื่องนั้นก็หายไปแล้ว
เมื่อวันอาทิตย์ไปหาเพื่อนที่บางนา ขับรถไปซะไกล มาได้กลางทางนึกงัย ไม่รู้เปิดวิทยุ
"โดดเดี่ยวกับความเหงา อยู่กับเงาที่พูดไม่เป็น"
ไม่ได้ฟังตั้งแต่ต้น ทำนองคล้ายเพลงเจ้าหญิงคนต่อไป
ชอบเนื้อเพลงตรงที่ คำสุดท้ายของวรรค พยายามจะให้คล้องจองกัน
ความหมายจบในประโยค แต่ไม่อาจเข้าใจ หากไม่ฟังทั้งหมด
ดนตรีจะมองว่ากระตุ้น ก็ได้
หรือจะว่าฟังแล้วง่วงก็ไม่แปลก ผมไม่ชำนาญ แต่รู้สึกได้สองอารมณ์
เหมือนเหล้า
ชอบดนตรีแบบนี้จัง
สรุปเนื้อเพลงและทำนองโดนอย่างแรง
เพลง: ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ
ร้อง: ป๊อบ ปองกูล สืบซึ้ง feat. ดา เอ็นโดรฟิน อัลบั้ม: เพลงประกอบภาพยนตร์ สายลับจับบ้านเล็ก หากันเอาเอง ไม่สนับสนุนดาวน์โหลดผิดกฏหมาย <--- ถึงจริงๆ จะทำเองบ่อยๆ ก็เหอะ
blog นี้เขียนแล้วเหงาจัง เหมือนอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่แอบอู้งานมาพิมพ์นะ เพื่อนเต็มห้องเลย
อาจจะเป็นเพราะเพลงนี้ก็ได้
ขอบคุณ โอ๋ ที่บอกทางไปบางนาให้นะ มันไกลกว่าเก่า และโล่ง จนทำให้มือเอื้อมไปเปิดวิทยุ
ปล. ยังไม่ได้ดูหนังเลยอ่ะ ใครอยากไปก็ชวนได้นะ
ปล2. เวอร์ชั่นเก่าอพาร์ทเม้นคุณป้าร้องนิ แต่ไม่อยากบอกว่าชอบเวอร์ชั้นนี้มากกว่า
апреля 05 ประชาสัมพันธ์นานแล้วครับที่ผมไม่ได้เขียน blog
ชีวิตช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้เรียบง่าย ขนาดที่จะไม่มีอะไรจะเขียน
ไม่ใช่ว่าไม่มีเรื่องจะเล่า
แต่ว่ามันมากมาย จนไม่รู้จะจับต้นชนปลายยังไงดี
แต่วันนี้ สิ่งที่ผมเจอนั้นมันทำให้ประทับใจมากครับ
หลายๆ คนที่รู้จักผมคงคิดว่าไปเจอ "ประชาสัมพันธ์" หน้าตาดีมาละซิ
ไม่ครับ ถึงเวลาที่ผมเจอผู้หญิงหน้าตาน่ารัก แล้วผมจะแสดงท่าทีออกจะนอกหน้านอกตาไปสักหน่อย
แต่คราวนี้ไม่เกี่ยวครับ
ปกติเวลาที่เราไปติดต่อธุระ ไม่ว่าจะส่วนราชการหรือเอกชน สิ่งที่เราเจอก่อนสิ่งอื่นคือ ประชาสัมพันธ์
ถามได้ ตอบได้ แต่คำตอบของประชาสัมพันธ์ไม่ใช่ว่าจะถูกเสมอไป
ผมเคยถูกมองแบบไม่พอใจ จากคนที่ทำงานอยู่ด้านใน เพราะผมได้รับข้อมูลผิดพลาดจากประชาสัมพันธ์ด้านนอกบ่อยๆ
บางทีก็ให้คำตอบแบบว่า เมื่อกี้เราถามคำถามอะไรไปนะ เค้าถึงได้ตอบเรามาแบบนี้
แต่วันนี้ผมไปโอนรถมอเตอร์ไซต์ รถคันนั้นพ่อผมซื้อโดยใช้ชื่อคนรู้จักที่เป็นครู ซึ่งสามารถผ่อนได้ในดอกเบี้ยต่ำ
รถผ่อนหมดไปไม่รู้กี่ปีแล้ว เลยมาโอนกันดีกว่า
ผมเดินเข้าไปในสำนักงานขนส่ง ตอนพักเที่ยง เจอโต๊ะประชาสัมพันธ์ขวางหน้า มีประชาสัมพันธ์นั่งอยู่ 1 คน
ว่าจะไม่ถาม แต่โดนทักก่อน "มาทำอะไรค่ะ"
"มาโอนรถครับ" ผมตอบ ไปพลางมองหาตู้เก็บเอกสาร ซึ่งผมไปหาแบบฟอร์มคำขอโอนรถในนั้น ตอนนี้ในมือผมมีแค่ใบคู่มือจดทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของผม แล้วก็ของน้าคนโอนรถ
"มาคนเดียวหรอค่ะ ขอดูเอกสารหน่อย" ผมส่งเอกสารทั้งหมดที่ผมมีให้เธอไป "เป็นคนรับโอนใช่ไหม ถ้างั้นต้องมีหนังสือมอบอำนาจด้วยนะ ภาษีขาดไปหนึ่งปี พรบก็ขาด ต้องตรวจสภาพรถด้วย เอารถมาด้วยหรือป่าว" เธอพูดออกมายาวเหยียดทำให้ผมรู้สึกว่า วันนี้ผมเหนื่อยแน่ ผมเอารถยนต์มา ต้องกลับไปเอารถมอเตอร์ไซต์มาอีก
เธอหันไปที่ตู้เอกสารข้างตัว เปิดลิ้นชักออกมา หยิบแบบฟอร์มซึ่งผมเห็นแวบๆ ว่าเป็นใบมอบอำนาจ ตู้นี้นี่เองที่ผมหาอยู่
ไม่ใช่แค่ใบเดียว เธอหยิบเอกสารในชั้นอื่นๆ ออกมาอีก 2-3 แผ่น ผมนึกในใจ ระบบที่นี่ดีเนอะ ไม่ต้องหาแบบฟอร์มเองมีคนหยิบให้ ดีจะได้มีเอกสารครบ
แต่เธอไม่ได้ส่งเอกสารให้ผมครับ เธอหยิบไปแล้วก็เขียนๆ ไม่ยอมพูดอะไร ผมก็รอ แต่ไม่กล้าถามอะไรมากเพราะว่าผมมาเวลาผิด เป็นช่วงพักเที่ยง
เขียนเสร็จเธอก็ยื่นเอกสารนั้นให้ผม "เอาใบมอบอำนาจไปให้คนโอนเซ็นต์นะ คุณเซ็นตรงนี้ด้วย แล้วเอารถกลับมาตรวจสภาพตอนบ่ายโมง" ผมรับเอกสารมาดู ที่ว่างในแบบฟอร์มถูกกรอกให้เสร็จ ช่องชื่อผู้รับโอนเป็นชื่อผม
นี่เธอกรอกแบบฟอร์มให้ผมครับ ทุกช่องเลย ผมออกไปหาน้าไปให้เค้าเซ็นต์ชื่อ นั่งคุยกะน้าแป๊ปนึงก็บ่าย เลยขอลากลับบ้านมาเปลี่ยนรถ แล้วกลับไปสำนักงานขนส่งอีกรอบ
ผมเดินเข้าไปตอนนี้มีประชาสัมพันธ์สองคนแล้ว พี่อีกคนนึงผมคุ้นหน้าเพราะเป็นลูกศิษย์พ่อ สองคนก้มหน้าก้มตากรอกเอกสาร แล้วก็ตอบคำถามกันยุ่ง
เธอคนเดิมเงยหน้ามาเห็นผมก็บอกให้เอาเอกสารทั้งหมดไปว่างในตะกร้ารอตรวจสภาพรถ แล้วให้นั่งรอ
สักพักมีพี่ผู้ชายคนหนึ่งเรียกผม ให้วนรถมา ตรวจรถก็ไม่มีอะไรมาก ดูไฟเลี้ยว ไฟหน้า ไฟท้าย ว่าใช้งานได้ดีหรือป่าว เท่านั้น นั่งรออีกสักพักแล้วพี่ผู้ชายก็เรียกให้ผมไปเอาเอกสารคืน บอกว่ายื่นโอนได้เลย
ผมเดินกลับไปผ่านโต๊ะประชาสัมพันธ์ เธอก็ถามว่า "ตรวจเสร็จแล้วใช่มั้ย กดบัตรคิวเลขสองเลยค่ะ" ที่เครื่องรับบัตรคิวผมเห็นมีป้ายแปะตรงที่ปุ่มสองว่า ย้าย โอน อื่นๆ
จริงๆ เราดูเองก็ได้นี่นะ แต่เค้าก็ยังอุตส่าห์บอกว่าปุ่มสองนะ จะได้ไม่ต้องมาไล่หา
ได้หมายเลข 505 เข้าไปนั่งรอสักพัก เสียงเรียก หมายเลข 505 เชิญที่ช่องที่ 4 ค่ะ
ผมเดินเข้าไป พนักงานถามว่าทะเบียนขาดหรือป่าว ผมงงๆ เพราะว่าไม่ได้ดูอะไรเองเลยแต่แรก บอกไปได้แค่ว่า ไม่รู้ครับ
พนักงานคนนั้นก็ตรวจดูที่ใบคู่มือจดทะเบียนรถไปดู ซักพักเธอบอกว่าไปต่อพรบ. ก่อน พร้อมกับชี้นิ้วไปด้านหลังผม โต๊ะรับทำพรบ. อยู่ที่นั่น
ไปโต๊ะพรบ. ป้าอ้วนๆ คนที่นั่งอยู่ก็ถามอะไรไม่รู้งงๆ ผมก็ไม่รู้อีก ซักพักป้าคนนั้นก็หันไปพิมพ์ก๊อกแก๊กสักพัก ก็เสร็จ ตอนผมจ่ายเงิน ป้าบอกอะไรซักอย่าง แต่สรุปได้ว่า ทำแบบที่แกทำดีกว่า เพราะว่าจะคุ้มครองถึงวันนี้ปีหน้า แต่ถ้าทำอีกแบบ ได้แค่ไม่กี่เดือน
กลับมาที่พนักงาน ผมเอาเอกสารอีกชิ้นที่ได้เพิ่มจากโต๊ะพรบ. ไปยื่น รอสักพัก ก็เสร็จ รับเอกสารแล้วก็เซ็นต์ชื่อ ได้ใบเสร็จกลับมา กลับบ้านได้
ตอนแรกผมคิดว่าวันนี้ผมคงจะยุ่งยากกรอกแบบฟอร์มอะไรที่ไม่เข้าใจ แต่กลับเป็นว่า วันนี้ผมจับปากกา แค่ตอนเซ็นต์ชื่อ
ทุกอย่างเรียบร้อย เหลือแค่ผมมารับป้ายทะเบียนใหม่ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
เป็นบริการที่ประทับใจผม ขอชมบริการที่สำนักงานขนส่งว่าดีมากๆ เลยครับ
จบ января 29 blog tagเริ่มมาจากใครก็ไม่รู้ คนที่ทำให้ผมรู้จักมันคนแรกมันก็ไม่รู้เหมือนกัน สิ่งที่คุณต้องทำคือเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง 5 เรื่อง ให้คน 5 คน ไม่เหมือนจดหมายลูกโซ่ ไม่มีบังคับ เริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ
1. คนที่ทำให้ผมรู้จัก blogtag พูดเรื่องความสูง ผมก็ตัวเล็กมากๆ สมัยประถมอยู่คนแรกในแถวเคารพธงชาติ เพื่อนผมสูงกัน 160 กว่าๆ แล้ว ผมยัง 151 อยู่เลย พอเข้า ม.1 ผมโดนเพื่อนผู้หญิงล้อว่าไอ้เตี้ย จนมา ม.2 ผมสูง 153 ปีเดียวผมขึ้นมาเป็น 167 สูงกว่าคนที่เรียกผมว่าไอ้เตี้ยอีก ตอนนั้นถ้าไม่นับพวกสูงแบบเปรต (อย่าง บอล อ้ม ปิติ หรือโย ) ผมก็ถือว่าสูงในชั้นแล้ว พอ ม.3 ก็หยุดแล้วขึ้นทีละนิดๆ จนเพื่อนที่ผมสูงแซงมันมาได้ ทยอยตามมาสูงเท่ากันแล้ว ตอนนี้ได้ 170 เอง (จริงๆ วัดด้วยเครื่อง digital ได้ 169.9 นะ วัดเมื่อตอน ปี 1 ส่วนที่วัดที่มหาลัยได้ 173 ผมว่ามันมั่วเล็กน้อยอ่ะ)
2. ตอนเด็กผมค่อนข้างไฮเปอร์ อยู่นิ่งไม่ได้ แม่บอกว่า พอหัดยืนได้ก็แป๊ปเดียวก็วิ่งเลย ไม่มีการเดินเตาะแตะ ตอนเด็กตื่นเช้ามาจะไม่พูดอะไรนั่งเหม่อนิ่งๆ ตลอด ใครพูดอะไรด้วยก็ไม่มีการตอบสนอง พ่อผมเคยจ้องหน้า ผมทำได้แค่ร้องไห้แต่ก็นั่งเฉยๆ อยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน พอเอานมให้กิน ก็จะดูดอย่างเร็ว หมดแล้ว ทุกครั้งต้องขว้างขวดนม เสียงขวดนมกระทบพื้นนี่แหละเป็นสัญญาณว่าผีเข้าสิงแล้ว ถ้าคลาดสายตาไปนิดเดียว ผมจะทำของพังทันที ชุดเครื่องแก้ว กระเบื้องที่แม่สะสมไว้หมดไปหลายใบเพราะผม พ่อผมเคยจับผมขังไว้ในเปลเด็ก ที่ไม่สามารถปีนออกไปได้ เพื่อจะดูว่าผมจะเล่นอะไร ปรากฏว่าผมหมุนรอบตัวเองเล่น พอเมาแล้วก็นอนกับเปล หายเมาแล้วก็ลุกขั้นมาหมุนใหม่
3. ผมชอบกินอะไรคำโตๆ แต่กินไม่จุ เป็นงี้ตั้งแต่เด็ก ขวดนมที่พูดในข้อสอง แม่ผมต้องเจาะจุกขวดให้รูใหญ่ขึ้น เพื่อให้ผมดูดได้ทันใจ ทำให้ผมชอบกินอาหารอ่อนๆ อาหารแข็งๆ อย่างกล้วยทอดแข็งๆ ผมจะไม่ชอบเพราะว่ากินแล้วจะทิ่มเพดานปาก เป็นเหตุที่ทำให้ผมกินเร็วด้วย
4. ถ้าพูดเรื่องที่ไม่ชอบกิน ผมไม่ชอบกิน ถั่วงอก อันนี้ใครอ่าน blog ผมคงรู้กันอยู่ไม่อธิบายแล้ว แต่นอกจากถั่วงอกแล้วก็มี สัปปะรดที่ผ่านความร้อน เช่นพายสัปปะรด แยมสัปปะรด สัปปะรดเชื่อม สัปปะรดกระป๋อง กินไม่ได้ทั้งหมด แต่สัปประดสดๆ กินได้นะ แล้วยังมีมะละกอสุก หากในตู้เย็นมีมะละกอสุกแช่อยู่ ผมจะไม่กินน้ำที่แช่ในตู้เย็นนั้นแน่ ผมไม่ชอบกลิ่นมันอ่ะ
5. ตอนเด็กผมถนัดซ้าย ใน 1 ปี มีคนที่ถนัดซ้ายทั่วโลก 3,000 คน ตายเพราะอุปกรณ์ที่สร้างมาสำหรับคนถนัดขวา ที่บ้านผมจึงพยายามบังคับให้ใช้มือขวา ผลออกมาผมติดอ่าง (ไม่ได้ติดแถวรัชดาครับ แต่ติดอ่างที่ปากนี่แหละ) ผมเลิกติดอ่างตอนประถม จำไม่ได้ว่า ป. ไหน แต่ผลออกมาคือผมใช้มือได้สองข้าง แต่แยกกัน เช่น เขียนหนังสือ กินข้าว ผมถนัดขวา แต่ถ้า ถือของเช่น โทรศัพท์ อ่านหนังสือมือเดืยว ผมจะใช้มือซ้าย ส่วนเตะบอลถ้าเอาแรงเท้าขวา เอาตรงเท้าซ้ายครับ
5 คนนั้น ที่ผมต้องมอบให้ไม่มีละกัน ก็เค้าไม่ได้บังคับนี่ หรือบังคับผมก็ไม่กลัวฮ่าๆๆๆ
จบ
января 26 ว่างหัวข้อสั้นที่สุดเท่าที่มีมา หัวข้อนี้มีอย่างเดียวคือความหมาย ความหมายที่ว่า ไม่มี
หากถามว่าผมว่า "ว่างป่าว" สาวๆ หลายคนคงรู้เวลาคุยกับผมไม่ว่าช่องทางใด(MSN โทรศัพท์ ต่อหน้า) มุขเดิมๆ ของผมคือ
"ว่างครับ ทั้งตัวทั้งหัวใจ" ผมไม่เล่นมุขนี้กับผู้ชายแน่ คนเค้าเดือดร้อนจะรบกวนเวลาซักนิด ผมยังไปกวนใส่เค้า
แต่วันนี้เพื่อนผมเข้ามาทัก บอกข่าวดีว่าจะแต่งงาน(เพื่อนมีชัยของเราครับ เจ้าสาวน่ารักซะด้วยนะ ยินดีด้วยครับ) คุยกันไปซักพัก เค้าถามผม
"ว่างหรือป่าว"
เพื่อนแต่งงานทั้งที ถ้าว่างละไปแน่ครับ ไม่พลาดหรอก ถึงจะไกลถึงเมืองอุบล
"ว่าง" คือคำตอบของผม
เพื่อนผมตอบมาว่า "เพื่อนแฟนเราโสดๆ เยอะนะ ถ้ามางานเด๋วแนะนำให้"
คำตอบแรกไม่ตรงกับคำถาม แต่ใช้แทนกันได้ครับ
จบ декабря 24 ฆาษะโณ โฆษณาช่วงนี้ถ้าใครได้ดูโทรทัศน์บ้างคงได้เห็นโฆษณาตัวนึง
เนื้อเรื่องประมาณว่า มีผู้ชายคนนึงกำลังจะวิ่งเข้าลิฟท์ แต่ไม่ท่าทางจะไม่ทัน เลยตะโกน "รอด้วยครับ" ให้คนในลิฟท์รอ
ในลิฟท์มีผู้หญิงสองคน คนนึงหน้าตาน่ารักมาก (ชอบจังคนนี้) ยืนข้างแป้นลิฟท์ กับอีกคนนึงหน้าตาธรรมดา ยืนถัดออกไป (อาจจะเพราะเค้าไม่แต่งหน้าเข้าฉากด้วยก็เลยสวยน้อยกว่า)
ผู้หญิงคนน่ารักคนนั้น พอได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนก็ทำหน้าเบื่อๆ แถมเอามือกดปุ่มให้ลิฟท์ปิดด้วย คงจะขี้เกียจรอ
ประตูลิฟท์เลื่อนปิดลงเกือบจะสนิท แต่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดา ที่อยู่ข้างๆ ก็กดปุ่มเปิดลิฟท์ให้ชายหนุ่ม
ผู้หญิงน่ารักคนนั้นก็ยังหันทำหน้าดุใส่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาอีก
ชายหนุ่มคนนั้นวิ่งมาทัน เข้ามายืนแทรกกลางระหว่าง ผู้หญิงทั้งสอง และหันไปกล่าวขอบคุณ ผู้หญิงคนที่น่ารักคนนั้น (หน้าตาน่ารักนะช๊อบชอบแบบนี้อ่ะ)
ผู้หญิงน่ารักคนนั้นก็ทำท่าทีอึดอัดใจที่เป็นคนกดปิดลิฟท์แต่ชายหนุ่มกลับมาขอบคุณตัวเอง
เสียงผู้บรรยาย ก็ดังขึ้นมาว่า "สิ่งที่อยู่ข้างใน สำคัญกว่านั้น ........."
คงจะสื่อว่า คนเราอย่ามองแต่ภายนอกที่ดูสวยงาม
หากถามผม ถ้าผมเป็นชายหนุ่ม ผมจะขอบคุณใคร
ผมตอบได้เต็มปากเต็มคำว่า ผมจะขอบคุณผู้หญิงน่ารักคนนั้น
เหตุผลนั้นมีอยู่อย่างเดียวคือ เค้าเป็นคนที่อยู่ใกล้แป้นลิฟท์ที่สุดนั่นเอง
แต่นอกจากขอบคุณแล้วอาจจะถามชื่อ ขอเบอร์โทรศัพท์เป็นของแถมด้วย อิอิ
จบ
декабря 23 เลิฟ วาไรตี้วันนี้มีหลายเรื่องเลยตั้งว่า เลิฟ วาไรตี้ซะ
ก่อนอื่นเรื่อง DJ ก่อนเลย ตอนนี้เพิ่มจากครึ่งชั่วโมงเป็นหนึ่งชั่วโมงแล้วครับ แต่ก็ยังอยู่ในช่วง audition อยู่เหมือนเดิม
เมื่อวานพูดหน้าไมค์เสร็จโทรศัพท์มาพอดี รีบรับไปหน่อย ลืมปิดไมค์ เสียงออกไปด้วย อายครับอาย เรื่องวิ่งๆ ตอนเช้าช่วงนี้อากาศหนาวมาก อยู่ๆ อากาศก็เปลี่ยนไปทันที เล่นเอาไม่อยากออกจากผ้าห่มไปวิ่งซะสองวัน
ตอนนี้เลยเริ่มวิ่งสายๆ หน่อย เกือบ 7 โมงครึ่ง แถมใส่เสื้อหนาววิ่งด้วย มันก็ยังหนาวอยู่เลย ตอนนี้วิ่ง 5 รอบเริ่มสบายๆ แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าจักรยานเสียมั้ง เลยขี่มอไซด์ไป ไม่ต้องเสียแรงปั่น วิ่งอย่างเดียวเลยเหมือนเหนื่อยน้อยลง โปรแกรมที่ว่าจะเพิ่มรอบไปเรื่อยๆ จนครบ 10 รอบคงมาในไม่ช้านี้แหละนะ ไตรภาคที่สองคงจะได้ฤกษ์เริ่มซะที อีกเรื่องนึงตอนนี้ในโทรทัศน์บ้านเรามีแบ่งเกรดกันด้วย
มีสัญลักษณ์ให้เรารู้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับวัยไหน เรื่องไหนผู้ใหญ่ต้องคอยแนะนำเด็ก ที่อยากจะบอกก็คือเปาบุ้นจิ้นกะเป็นต่อ อยู่เกรดเดียวกัน เป็นต่อมีแต่เรื่องชู้สาว และก็กินเหล้ากันทุกวันที่บางบาร์ ถ้าผมมีลูกผมคงไม่ให้ดูเป็นต่อแน่ แต่เปาบุ้นจิ้น ผมเห็นทุกบ้านเปิดให้เด็กเล็กๆ ดู ไม่เห็นจะเป็นไรจริงป่ะ สัญลักษณ์นี่มันเชื่อได้แน่จริงป่าวอ่ะ จบ |
|
|||
|
|